นั่งตรงจาก เชียงใหม่! บุก พิษณุโลก – เพชรบูรณ์

ทริปนี้! เป็นทริปที่ผมกับน้องสาว วางแผนกันมานานแล้วตั้งแต่ เดือน กรกฏาคม 2560 โดยที่ไม่ได้สนใจสภาวะอากาศใดๆทั้งสิ้นเลย ก็คนมันจะเที่ยว เอาช้างมาฉุดก็ไม่อยู่ ผมเตรียมทั้งเงิน เตรียมทั้งตัว แต่มันมีประเด็นดราม่าจนได้ ตรงที่ผมพลาด….ทำธุรกิจแล้วสูญเงินไป 2 หมื่นกว่าบาท  เศร้าเลยคับ แต่ก็ยังไม่ได้บอกน้อง (กำลังสงสัยใช่ไหมคับว่า “น้อง” หรือ “แฟน” หว่ะ?  ก็ แฟนนั่นแหละคับ แต่ แฟนผม อายุน้อยกว่า จึงเรียกว่า น้อง…คิคิ ผมแอบโดนบ่นเรื่องนี้ด้วย..) แต่สุดท้ายทริปนี้ก็ไม่ล่มคับ น้องเดินทางโดยรถโดยสารของบริษัทแห่งหนึ่ง สีฟ้าๆ น้องบ่นว่า ที่นั่งแคบไปหน่อย นั่งจนปวดตูด ก็นั่นแหละ หากคุณจะเดินทางไกลเกิน 5 ชั่วโมง แนะนำให้ยอมเสียเงินเพิ่มอีกนิดหน่อย เลือกรถดีๆไปเลยคับ เพื่อความสะดวกและความสบาย พอมาถึงขนส่งแห่งที่ 2 พิษณุโลก ก็เดินเข้าที่พักก่อน

พาเพลินรีสอร์ท




รีสอร์ท/บังกะโล สวยงาม ตามรูปที่โฆษณาเลยคับ ไม่ผิดหวัง


เป็น เซอร์ไพร์ เล็กๆ คับ นางแอบไปซื้อเสืื้อคลุมที่ผมอยากได้มาให้ หิ้วมาจากเชียงใหม่ 300 กว่า กิโลเมตร ปลื้มใจสุดๆ แต่ผมก็แอบรู้มาก่อนแล้ว… นางโทรมาถามผมว่า “วันนั้น พี่ลองเสื้อ size ไหนนะ?…” 

จากนั้นก็ได้เวลา dinner ผมพาน้องไปร้านโปรดของผม ร้านข้าวต้มอารมรณ์ดี หน้ามอนเรศวร เป็นร้านที่ผมทำงาน parttime ในช่วงที่ผมยังเรียนอยู่ ร้านเปลี่ยนไปมาก ไปถึงแล้ว ไม่เจอเจ้าของร้าน พี่ที่เคารพ เศร้าใจมาก กะจะขอ กินฟรี สักหน่อย คิคิ พอได้อาหารครบก็นั่งกินสักพัก พี่นุช เจ้าของร้านก็เดินเข้ามา เมาส์กันมันมาก พอกินเสร็จ พี่แกก็บอกว่า ไม่เป็นไรให้กินฟรี ผมนี่ ตาลุกวาวๆ แต่ผมก็ไม่ได้จะกะจะกินฟรีจริงๆหลอกคับ แต่พี่แกก็ใจดี ลดราคาให้แทน กับข้าวอร่อยจริงๆ ตับผัดพริกไทดำ ผัดยอดผักแม้ว ไข่เจียวอารมณ์ดี ต้มยำกุ้ง อีกเมนูจำไม่ได้ 555+ เมนูปลาคับ เป็นเมนูใหม่ที่ เด็ดมาก เสริฟ์พร้อมน้ำจิ่ม 2 แบบ ข้าวต้มบริการเอง ถ้วยละ 2 บาท คับ

ตื่นเช้า! ออกจากโรงแรมประมาณ 11 โมง (ปล.คุยกันแล้วว่า จะตื่นสายแบบสบายๆ ไม่เร่งรีบ) ตื่นมามุ่งหน้าเข้าร้านกาแฟเลยคับ ผมเป็นคนติดกาแฟสดต้องกินทุกวัน เลือกร้านชื่อ “The key cafe” ร้านไปทางแยกบ้านคลองก่อนถึงแยกนิดหน่อย ไปถึงสั่ง เอสเปรซโซ่ กับ ลาเต้ รสชาติของเอสเปรซโซ่ ไม่หวาน เหมาะมากสำหรับคนที่เลือกกาแฟสดเพื่อสุขภาพ

จากนั้น ก็มุ่งหน้าหา “ข้าวเช้า เวลาเที่ยงกิน” ไป ร้านก๋วยเตี๋ยวไก่ป้าล้อม แถววัดจันทร์ตะวันตก ร้านนี้คนเยอะมาก เป็นร้านที่ใครมาพิษณุโลกจะต้องมาลอง เมนูที่เด็ดเลยก็ คือ เล็กน่องไก่ น่องไก่ใหญ่ยักษ์ แต่ระวังการใส่เครื่องปรุงนิดหน่อยนะคับ เครื่องปรุงค่อยข้างรสจัดจ้าดมาก


จากนั้นก็แวะไปไหว้พระขอพรที่ วัดใหญ่

มุ่งหน้าเข้าเพชรบูรณ์ตามถนนหมายเลข 12  แวะถ่ายรูปตรง จุดชมวิวข้างทาง โชคดีหน่อยเป็นช่วงเวลาหลังฝนตกพอดี มีหมอกเล็กๆ อากาศดีบริสุทธิ์ สามารถดูดได้เต็มปอด…

ถึง เพชรบูรณ์ ประมาณ 17.00 น. ฝนก็เริ่มลงเม็ด ตามแผนจะต้องไปว่ายน้ำที่ โรงแรมเอสอาร์ เรสซิเด้นซ์ เพราะ ผมเคยถ่ายรูปไปอวดนางว่า วิวดีขนาดไหน? อย่างงี้เลยคับ….


นางก็เศร้าใจนิดๆ แต่ก็ไประบายอารมณ์ที่ หมูกะทะ/หมูเกาหลีบ้านโสก นางสั่งแต่กุ้งมาย่างอย่างเดียวเลยคับ ไม่รู้ว่า ไปอัดอั้นเรื่องการกินกุ้งมาจากไหน ร้านหมูกะทะร้านนี้ดีตรงที่ว่า กุ้ง ปู เสริฟ์ไม่อั้น


พอกินอิ่ม ก็เข้าพักที่บ้านเพื่อน 4 ทุ่มก็เริ่มออกล่าเสียงเพลง ดนตรีสด กับบรรยายกาศดีๆซิลล์ๆ ผมเลือกร้าน T’Bar(ที’บาร์) แถวสระกลางเมือง  เพราะ เคยไป 2-3 ครั้ง  เพลงเพาะ เพลงถูกใจ ราคาเครื่องดื่มก็ไม่แพง ราคาเท่าร้านสะดวกซื้ออย่าง 7-11 เลยครับ…

เป็นอีกหนึ่งเมื่อเช้าที่อร่อยแล้วก็อยากจะแนะนำ คือ ร้านก๋วยเตี๋ยวสุโขทัย ร้านติดแอร์ ราคาไม่แพง ทุกเมนู 30 บาท ร้านอยู่แถวซอยโรงเรียนประสิทธิ์วิทยา นอกจากเมนูก๋วยเตี๋ยวต้มยำที่อร่อยแล้ว ก็ยังมี ลูกชิ้นปิ้ง ที่มีทั้งเนื้อและหมู มีความหอมของการทาเนย แล้วก็มีเมนูของหวาน อย่าง ลอดช่อง อีกด้วย


จากนั้นก็ได้เวลา coffee time ผมเลือกร้านถัดไปจาก ก๋วยเตี๋ยวสุโขทัย ชื่อ ร้านเม่ง Meng Bekery & Coffee เป็นร้านกาแฟชื่อดังในจังหวัดเพชรบูรณ์ คนเยอะจริงๆ ต้องเล่นเก้าอี้ดนตรีกันเลยทีเดียว ผมสั่งเมนู เอสเปรซโซ่ โกโก้เย็น และ ฮันนี่โทรส รสชาติดีทุกเมนูเลยครับ….


จากนั้นก็มุ่งตรงขึ้นเขาค้อ แวะไหว้พระขอพร ที่ วัดผาซ่อนแก้ว


อยู่บริเวณ วัดผาซ่อนแก้ว เกือบ 2 ชั่วโมง ถ่ายรูปตามมุมต่างๆ ไหว้พระ สวดมนต์ จากนั้นก็ออกมาที่ลานจอดรถ กะว่า จะเข้าที่พักก่อน กลิ่นของน้ำขนมจีนก็ลอยมาเตะจมูก จนทำให้นางทนไม่ไหว ก็ชวนกันแวะกินกันก่อน แต่ก็ไม่อยากจะเชื่อเลยว่า จะมีมุมกินข้าวหลักสิบ วิวหลักล้านขนาดนี้ กับข้าวพอใช้ได้ แต่วิวเลิศมาก….

จากนั้นก็เข้าที่พัก ชื่อ “ฟู่ฟู่ อิน เลิฟ คอทเทจ แอนด์ แค้มป์กราวนด์” เป็นรีสอร์ทเล็กๆ ที่มีบ้านพักไม่กี่หลัง ประมาณ 6 หลัง ผมจองผ่านเว็บ agoda ลดเกือบ 50% เหลือ 522 บาท พอไปถึงทางเข้าจะหลอนหน่อยๆ หลอนตรงที่ว่า ทางลงไปที่พักจะชันมาก ต้องระมัดระวังเป็นพิเศษ แต่นั้นก็ไม่ใช่ปัญหา อากาศเย็นไม่ต้องพึ่งแอร์เลยครับ มือเย็นวันนี้ ผมกับน้องตกลงกันว่า จะกิน มาม่าคัพ ซดน้ำร้อนๆ ไม่ต้องหรูทุกมื้อที่เที่ยวก็ได้ เน้นเสพบรรยากาศก็ happy ละคับ (ที่เห็นในรูป คือ เครื่องทำน้ำอุ่นแบบใช้แก๊สหุ้งต้ม เจ๋งมากคับ…ครั้งหนึ่งต้องลอง…)


จองที่พักพร้อมอาหารเช้าคับ ผมตื่นกันประมาณ 10 โมงกว่าๆ อาบน้ำแต่งตัวเสร็จก็เกือบ 11 โมง เดินเอากุญแจไปคืน ก็มีป้าใจดีคนนึงตะโกนมาบอกว่า “กินข้าวต้มกันก่อน…ลูก” ผมเหลือบไปเห็นป้ายช่วงเวลาของอาหารเช้าคือ 7.00 – 10.00 น. แต่นี่มัน 11 โมง ป้าก็ยังใจดี ยกมาเสริฟ์คับ ประทับใจสุดๆ


ไปถึง จุดชมวิวเขาตะเคียนโง๊ะ นางถึงขั้น กลั่นน้ำตาไว้ไม่อยู่ เพราะ ไม่ได้เห็นทะเลหมอก ที่จริงแล้ว เราตื่นกันตั้งแต่ตี 5 แล้วคับ แต่ฝนมันดันตก ก็เลยนอนต่อกันถึง 10 โมง แล้วผมก็ดันไปถามเจ้าหน้าที่ดูแลอยู่ว่า “วิวเมื่อเช้าเป็นอย่างไงบ้าง?..” เจ้าหน้าที่ก็พูดด้วยความภาคภูมิใจว่า “มีทะเลหมอก สวยมาก เห็นวิว 360 องศา ไม่มีลม เห็นทะเลหมอกจนถึง 9 โมงเช้า” ผมก็พูดไม่ออก เราก็เลยออกจาก จุดชมวิว เขาตะเคียนโง๊ะ ด้วยความเศร้าใจ และความเงียบ บนรถเราไม่คุยกันตลอดทาง ผมก็ไม่รู้จะเดินทางไปไหนต่อ ขับแค่ 40 กิโลเมตรต่อชั่วโมง


ผมวิ่งรถไปตามทางเห็นป้าย ทุ่งกังหันลม จึงเลี้ยวเข้าไปพอไปถึง จุดชมวิวทุ่งกังหันลม ฝนก็เริ่มลงเม็ดหนักเลย เศร้าใจอีกรอบ ก็เลยไปนั่งอยู่ในร้านขายผลไม้ดอย ผมซื้อ มันเผา แล้วก็นั่งหลบฝนกินไปพรางๆ ขณะรอฝนหยุด เราก็เริ่มคุยกัน บรรยากาศเริ่มดีขึ้น…..


และแล้วฝนเริ่มก็หยุด หมอกก็เริ่มมา ท้องฟ้าก็เปิด เราถ่ายรูปกันตามจุดต่างๆ จนลืมไปเลยว่า “เคยเศร้าใจ! จากจุดชมวิว เขาตะเคียนโง๊ะ


จากนั้นก็เริ่มหิวกันนิดๆ แล้วฝนก็กลับมาลงเม็ดอีกครั้ง ก็เลยเดินไปสั่งเครปกิน ผมสั่งไป 2 อย่าง คิวค่อนข้างจะยาว แต่ผมก็ไม่รีบ ยืนรอจ่ายตังอยู่หน้าร้าน มีเสียงนักร้องตัวเล็กๆหลุดลอดออกจากหลังร้าน เป็นเสียงแบบร้องสดๆ เนื้อเพลงเป็นซาวเทรค (ภาษาชาวดอย) ผมยืนยิ้มโดยความอิ่มอกอิ่มใจ ที่มีโอกาสได้ยินเสียงนั้น…..


เจ้าของร้าน แอบน่ารัก คิคิ……..

ผมเริ่มง่วง อ้าวเฮ้ย! ลืมไปเลยว่า วันนี้ยังไม่ได้กินกาแฟ ก็เลยมุ่งหน้าไป ร้านพีโน่ ลาเต้ รีสอร์ท แอนด์ คาเฟ่ เป็นอีกหนึ่งร้านไฮไลท์ของจังหวัดเพชรบูรณ์ ไม่ได้ถ่ายวิวมาฝากนะคับ พอดีแบตหมด  นางเจอแมว นางนั่งเล่นแมวเกือบชั่วโมง จนลืมวิวดอยสวยๆของทางร้านไปเลยคับ…

แล้วก็เดินทางต่อ เพื่อเตรียมตัวกลับเชียงใหม่ ไปพักที่โรงแรมที่พิษณุโลกชื่อ“ต้นหวาย” สวยตามรูปที่เห็นในเว็บ agoda เลยคับ แล้วก็เริ่มหิวกัน เลือกร้านใกล้ๆโรงแรมชื่อ “สถานีรสแซ่บ” พอดีวันนั้นเป็นวันจันทร์ คนไม่ค่อยจะมีเท่าไหร่ สั่งอาหารไป 3 อย่าง คือ สะเก็ดระเบิด ผัดฉ่าทะเล แกงส้มชะอมทอด รสชาติดีคับ ตักใส่ปากแบบไม่คุยกันเลยสักคำ 5555+


เสน่ห์อีกหนึ่งอย่างของร้านก็คือ ดนตรีสด โฟล์คซอง เพาะมาก คือ เพลงถูกใจผมมาก ตราบธุรีดิน โรคประจำตัว คำแพง ก่อนออกจากร้านพี่นักร้องจัดเพลง จิ๊จ๊ะ……..ให้ฟังอีก 1 บทเพลง


เมนูสุดท้ายของค่ำคืนก็คือ ไอติมกระทิไข่ หรือ ไอติมไข่แข็ง ชื่อร้าน ไอศครีมเจริญผล เป็นเมนูที่แปลกสำหรับผมและน้องมากๆ เกือบไม่กล้าสั่งกิน แต่ก็สั่งมา เพราะ เป็นซิกเนเจอร์ของร้าน อร่อยคับ ไม่คาวอย่างที่ิคิด ร้านอยู่แถววงเวียนหอนาฬิกาอยู่แถวๆร้าน top mart แต่จะต้องเดินเข้าไปด้านหลัง ร้านค้าที่เรียงรายอยู่ด้านหน้าไปอีกนิด


จบทริป ก็แยกย้ายกันไปทำหน้าที่ของตนเองกันต่อ นางเศร้าใจมาก น้ำตาคลอ ไม่อยากกลับเลย ผมรู้สึกได้ เราก็ถามกันแบบขำๆว่า ทริปนี้ชื่ออะไรดี? ผมก็เลยพูดไปว่า “ทริปนี้ ไม่มีหิว” 5555+ ขอบคุณที่ทนอ่านจนจบนะคับ ยืนยาวไปหน่อย….

เรียบเรียบโดย : phetchabun.org

แสดงความคิดเห็น

ความคิดเห็น