กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข แนะประชาชนฤดูร้อนนี้ ระวัง 5 โรคที่ติดต่อทางอาหารและน้ำ

กรมควบคุมโรคเตือนประชาชน ช่วงฤดูร้อนนี้ ระวังโรคที่ติดต่อทางอาหารและน้ำ

ในช่วงฤดูร้อน ระวัง 5 โรคที่ติดต่อทางน้ำและอาหาร ได้แก่ โรคอุจจาระร่วง โรคอาหารเป็นพิษ โรคบิด อหิวาตกโรค และไข้ไทฟอยด์หรือไข้รากสาดน้อย พร้อมขอให้ยึดหลัก “กินร้อน ช้อนกลาง ล้างมือ”

โดยโรคติดต่อทางอาหารและน้ำ เกิดจากการรับประทานอาหารหรือดื่มน้ำที่มีการปนเปื้อนเชื้อแบคทีเรีย ไวรัส โปรโตซัว หนอนพยาธิฯ ผู้ป่วยจะมีอาการ ปวดท้อง ถ่ายเหลวมากกว่า 3 ครั้งต่อวันหรือมากกว่า คลื่นไส้ อาเจียน มีไข้ อุจจาระอาจพบเยื่อมูกและมีเลือดปน ในบางรายมีอาการรุนแรงอาจทำให้เสียชีวิตได้

ดังนั้น การป้องกันคือ ให้ประชาชนปรุงอาหารให้สุกด้วยความร้อนทั่วถึงและสะอาด ล้างผัก ผลไม้ด้วยน้ำสะอาดหลายๆ ครั้ง หลีกเลี่ยงการใช้มีด เขียง หั่นอาหารดิบและอาหารสุกร่วมกัน เพื่อไม่ให้ปนเปื้อนเชื้อโรค ดูแลครัวให้สะอาด กำจัดขยะมูลฝอย สิ่งปฏิกูล และยึดหลัก “กินร้อน ช้อนกลาง ล้างมือ” ได้แก่

  • กินร้อน คือ กินอาหารที่ปรุงสุกใหม่ๆ ในกรณีข้าวกล่อง อาหารถุง ต้องนำมาอุ่นให้ร้อนก่อนกินทุกครั้ง
  • ใช้ช้อนกลาง คือ เมื่อกินอาหารร่วมกัน ควรใช้ช้อนกลางในการตักอาหาร และ
  • ล้างมือ คือ ต้องล้างมือให้สะอาดทุกครั้งก่อนกินอาหาร ก่อนปรุงอาหาร หลังขับถ่าย และหลังสัมผัสสิ่งสกปรก นอกจากนั้น ควรจัดให้มีน้ำดื่มที่สะอาด มีส้วมที่ถูกสุขลักษณะ มีการกำจัดขยะมูลฝอย และน้ำเสียที่เหมาะสมในบริเวณที่อยู่รวมกัน ตลอดจนมีการให้สุขศึกษาในการป้องกันโรค โดยเฉพาะในโรงเรียน ค่ายลูกเสือ ค่ายทหาร หอพักนักเรียน นักศึกษา

หากพบว่ามีอาการป่วย สามารถช่วยเหลือเบื้องต้น โดยให้จิบน้ำผสมสารละลายเกลือแร่ (ORS) บ่อยๆ เพื่อป้องกันการขาดน้ำ หากอาการไม่ดีขึ้น รับประทานอาหารไม่ได้ กระหายน้ำมากกว่าปกติ หรืออุจจาระเป็นมูกปนเลือด ควรรีบไปพบแพทย์ทันที และรับประทานอาหารอ่อนย่อยง่าย เพื่อช่วยให้ลำไส้ฟื้นตัวได้เร็วขึ้น และไม่ควรกินยาหยุดถ่าย เพราะจะทำให้เชื้อโรคยังอยู่ในร่างกาย

หากใช้ยาปฏิชีวนะ ควรอยู่ในการดูแลของแพทย์ สำหรับเด็กที่ดื่มนมแม่ ให้ดื่มนมแม่ร่วมกับป้อนสารละลายน้ำตาลเกลือแร่ (ORS) บ่อยๆ สำหรับเด็กที่ดื่มนมผงให้ผสมนมตามปกติแต่ให้ดื่มเพียงครึ่งเดียวของปริมาณที่เคยดื่มแล้วให้ดื่มสารละลายน้ำตาลเกลือแร่ (ORS) สลับกันไป (ไม่ควรผสมสารละลายน้ำตาลเกลือแร่ลงในนมผง)

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่สายด่วนกรมควบคุมโรค โทร. 1422
ขอขอบคุณข้อมูลจาก : เว็บไซต์กรมควบคุมโรค